Red Touch Pro (Redwave)
RedTouch Laser ทางเลือกใหม่ของการฟื้นฟูผิว ที่ไม่ต้องพักหน้า ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลเซอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลผิว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น RedTouch Pro เป็นหนึ่งในเลเซอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวด้านนอก RedTouch Laser ทำงานอย่างไร RedTouch ใช้พลังงานแสงสีแดงความยาวคลื่น 675 นาโนเมตร ส่งลงไปยังผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเดิมให้หดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น แน่นขึ้น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ลดความหมองคล้ำ รวมถึงทำให้รอยแดงและรอยดำดูจางลง จุดเด่นของเทคโนโลยี RedTouch Pro Laser RedTouch มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปในหลายด้าน ได้แก่ Direct Collagen Targetingเลเซอร์ความยาวคลื่น 675 nm ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองกับคอลลาเจนโดยตรง ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน Non-Ablative Technology ไม่ทำลายผิวชั้นบน ลดความเสี่ยงของการระคายเคืองหรือการเกิดแผล Contact Cooling System มีระบบทำความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างการรักษา Micro-Spot Technology ปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดโดยไม่กระทบผิวโดยรอบ ประโยชน์ของ RedTouch Laser RedTouch ถือเป็นเลเซอร์ที่ดูแลผิวได้ค่อนข้างครอบคลุม ทั้งในเรื่องผิวเรียบและผิวใส โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ ดังนี้ • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว• ทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง• ลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความกระชับ• ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น• ลดรอยสิว รอยแดง และรอยดำ• ไม่ทำให้เกิดแผลหรือสะเก็ดบนผิว• ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตต่อได้ทันที อีกหนึ่งข้อดีคือ โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา เนื่องจากความรู้สึกขณะทำอยู่ในระดับที่สบาย ต้องทำบ่อยแค่ไหน RedTouch สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ เดือนละ 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง โดยหลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าผิวดูสดใสขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นในช่วง 3–4 ครั้ง เหมาะกับใคร RedTouch เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบไม่ต้องพักหน้า โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้ • ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยหรือผิวไม่กระชับ• ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ• ผู้ที่มีหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น• ผู้ที่มีรอยสิว รอยดำ รอยแดง• ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ หรือผิวหมองคล้ำ• ผู้ที่ต้องการดูแลผิว แต่ไม่มีเวลาพักฟื้น ใครบ้างที่ควรระวัง แม้ RedTouch จะเป็นเลเซอร์ที่ค่อนข้างอ่อนโยน แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ ได้แก่ ผู้ที่มีอาการ ไมเกรนที่ไวต่อแสง ผู้ที่มีประวัติ ลมชักจากแสง ในกรณีเหล่านี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การเตรียมตัวก่อนทำ RedTouch Pro Laser ปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวก่อนทำ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ดูแลผิวให้แข็งแรงก่อนการรักษา การดูแลหลังทำ RedTouch Laser แม้หลังทำจะไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ (SPF 30 ขึ้นไป) งดใช้สกินแคร์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง เช่น กรดผลัดผิว วิตามินเอ (Retinol) ในช่วง 2–3 วันแรก เน้นการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงในช่วงแรก ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีขึ้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที The enchant ใช้ Red Touch Pro Laser รักษาร่วมกับหัตถการอะไรบ้าง RedTouch Pro Laser ทำร่วมกับ Onda Pro การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ Onda Pro เป็นการรักษาแบบผสมผสานที่ช่วยดูแลผิวได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพผิวและความกระชับของใบหน้า โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะทำงานในระดับชั้นผิวที่แตกต่างกันทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูตึงกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะที่ Onda Pro เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นไมโครเวฟชนิด Coolwaves ช่วยลดไขมันใต้ผิว เช่น บริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า พร้อมช่วยให้ผิวเกิดการกระชับมากขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ใบหน้าดู เรียวขึ้น ผิวดูแน่นขึ้น และโครงหน้าชัดขึ้น โดยเป็นการดูแลผิวที่ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูผิวและการปรับรูปหน้าในขั้นตอนเดียว RedTouch Pro Laser ทำร่วมกับ CoolPeel CO₂ Laser การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ CoolPeel CO₂ Laser เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใส และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะช่วยดูแลผิวในคนละระดับชั้นของผิว RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น และช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ในขณะที่ CoolPeel CO₂ Laser จะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบน ลดปัญหารูขุมขนกว้าง และช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ผิวดู กระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น และมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นโดยรวม อีกทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวให้เห็นผลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สรุป RedTouch 675 nm เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ฟื้นฟูผิวที่ทำงานกับ คอลลาเจนใต้ผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ด้วยคุณสมบัติที่ เจ็บน้อย ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น RedTouch จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูสดใสและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
