Program Onda Pro (Coolwaves)

Onda Pro (Coolwaves)

 

เทคโนโลยีลดไขมัน–กระชับผิวระดับการแพทย์ ไม่ต้องแปะยาชา วัดผลเป็น Kilojoules

 

Onda Pro (Coolwaves®) คือเทคโนโลยีลดไขมันและกระชับผิวจากประเทศอิตาลี ที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาทางการแพทย์ (Medical Treatment)

โดดเด่นด้วยการควบคุมพลังงานเป็น Kilojoules (kJ) ซึ่งสะท้อนพลังงานความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวจริง และสามารถเลือกความลึกการรักษาได้อย่างแม่นยำ

เหมาะทั้งการรักษา ใบหน้าและลำตัว รวมถึงผู้ที่ต้องการ “กระชับผิวอย่างเดียว” โดยไม่ทำให้หน้าตอบ

 

Onda Pro (Coolwaves) คืออะไร?

 

 Onda Pro ใช้พลังงาน Coolwaves® (Microwave Technology) ซึ่งสามารถลงลึกถึง

 

  • ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat)

  • ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)

 

จึงช่วยได้ทั้ง

 

  • ลดไขมันเฉพาะจุด

  • กระชับผิว

  • ลดเซลลูไลท์

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

 

 

จุดเด่นของ Onda Pro ที่แตกต่างจาก RF ทั่วไป

 

 

1. ไม่ต้องแปะยาชา ก็สามารถทำได้

   

 Onda Pro ออกแบบพลังงานให้ลงลึกเฉพาะชั้นเป้าหมาย
พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิผิว (Cooling System)

 

  • ไม่ต้องแปะยาชา

  • ไม่เจ็บแสบแบบ RF ที่ต้องยิงซ้ำจำนวนมาก

  • ทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

2. วัดพลังงานเป็น Kilojoules (kJ) ได้โดสครบจริง

   

 Kilojoules (kJ) คือหน่วยวัด พลังงานความร้อนสะสมใต้ชั้นผิว
ซึ่งเป็นพลังงานที่เนื้อเยื่อ “ได้รับจริง” ไม่ใช่แค่จำนวนครั้งที่ยิง

ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยพลังงาน แปรผันโดยตรงกับพลังงานสะสม (Accumulated Thermal Energy)

 

Onda Pro จึงช่วยให้แพทย์

 

  • ควบคุมโดสพลังงานได้แม่นยำ

  • มั่นใจว่าได้พลังงานครบตามแผน

  • ลดความคลาดเคลื่อนจากการนับจำนวนช็อต

 

 

3. เลือกความลึกการรักษาได้ ตามหัวทรีตเมนต์

 

   Onda Pro สามารถเลือก หัวการรักษา (Handpiece) เพื่อปรับความลึกของพลังงานให้เหมาะกับแต่ละปัญหา

 

  • เน้นชั้นไขมัน → ลดไขมันเฉพาะจุด

  • เน้นชั้นผิว → กระชับผิว สร้างคอลลาเจน

  • ผสมผสานได้ในเคสเดียว

ทำให้การรักษามีความแม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลสม่ำเสมอ

 

 

4. คนหน้าตอบ ก็สามารถทำ “กระชับผิวอย่างเดียว” ได้

   

 Onda Pro ไม่จำเป็นต้องลดไขมันทุกเคส

สำหรับผู้ที่

 

  • หน้าตอบ

  • ไขมันน้อย

  • ต้องการผิวเฟิร์ม กระชับ เรียบเนียน

แพทย์สามารถเลือกหัวและตั้งค่าพลังงาน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนโดย ไม่กระทบชั้นไขมันจึงไม่ทำให้หน้าดูผอมลงหรือยิ่งตอบ

 

 

 

5. 100 kJ เทียบเท่า RF ประมาณ 900–1,200 shots

 

  ในแง่ของพลังงานรวมที่เนื้อเยื่อได้รับ

Onda Pro 100 kJ ≈ พลังงานจาก RF ประมาณ 900–1,200 shots

แต่ Onda Pro

 

  • ให้พลังงานสม่ำเสมอ

  • ลงลึกกว่า

  • ไม่ต้องยิงซ้ำจำนวนมาก

  • ลดความเสี่ยงผิวชั้นตื้นไหม้

 

 

Onda Pro ทำได้ทั้ง “หน้า” และ “ลำตัว”

 

ใบหน้า

 

  • กระชับผิวหน้า

  • ลดความหย่อนคล้อย

  • กระตุ้นคอลลาเจน

  • เหมาะกับคนหน้าตอบ

 

ลำตัว

 

  • ลดไขมันหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก

  • ลดเซลลูไลท์

  • กระชับผิวหลังลดน้ำหนัก

 

 

Onda Pro คือ “การรักษา” ไม่ใช่แค่ทรีตเมนต์

 

Onda Pro ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ใน Medical Setting
การรักษาจึงต้องอาศัย

 

  • ความเข้าใจโครงสร้างผิวและไขมัน

  • การเลือกความลึกที่เหมาะสม

  • การคำนวณพลังงานเป็น kJ

  • เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ เทคนิคแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง

 

 

ทำไมต้องทำ Onda Pro ที่ Enchant Clinic

 

  ที่ Enchant Clinic แพทย์ผู้ดูแลการรักษาเป็น DEKA Academy Trainer
และเป็น วิทยากรสอนแพทย์ท่านอื่น ในการใช้งานเทคโนโลยีจาก DEKA รวมถึง Onda Pro

 

จุดเด่นของการรักษาที่ Enchant Clinic

 

  • เข้าใจเครื่องในระดับลึก (Physics & Tissue Interaction)

  • วางแผนพลังงานเป็น kJ อย่างแม่นยำ

  • เลือกเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละเคส

  • เน้นผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

 

 

สรุป: ทำไม Onda Pro (Coolwaves®) จึงแตกต่าง

 

  • ไม่ต้องแปะยาชา

  • วัดผลเป็น Kilojoules (kJ)

  • เลือกความลึกการรักษาได้

  • ทำได้ทั้งหน้าและลำตัว

  • เหมาะทั้งลดไขมันและกระชับผิวอย่างเดียว

  • เป็นการรักษาที่ต้องอาศัยเทคนิคแพทย์

 

Onda Pro (Coolwaves®) ที่ Enchant Clinic คือการผสานระหว่างเทคโนโลยีระดับโลก และความเชี่ยวชาญของแพทย์อย่างแท้จริง


OUR PROGRAM

Red Touch Pro (Redwave)

Red Touch Pro (Redwave)


RedTouch Laser ทางเลือกใหม่ของการฟื้นฟูผิว ที่ไม่ต้องพักหน้า ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลเซอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลผิว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น RedTouch Pro เป็นหนึ่งในเลเซอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวด้านนอก RedTouch Laser ทำงานอย่างไร RedTouch ใช้พลังงานแสงสีแดงความยาวคลื่น 675 นาโนเมตร ส่งลงไปยังผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเดิมให้หดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น แน่นขึ้น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ลดความหมองคล้ำ รวมถึงทำให้รอยแดงและรอยดำดูจางลง จุดเด่นของเทคโนโลยี RedTouch Pro Laser RedTouch มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปในหลายด้าน ได้แก่ Direct Collagen Targetingเลเซอร์ความยาวคลื่น 675 nm ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองกับคอลลาเจนโดยตรง ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน Non-Ablative Technology ไม่ทำลายผิวชั้นบน ลดความเสี่ยงของการระคายเคืองหรือการเกิดแผล Contact Cooling System มีระบบทำความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างการรักษา Micro-Spot Technology ปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดโดยไม่กระทบผิวโดยรอบ ประโยชน์ของ RedTouch Laser RedTouch ถือเป็นเลเซอร์ที่ดูแลผิวได้ค่อนข้างครอบคลุม ทั้งในเรื่องผิวเรียบและผิวใส โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ ดังนี้ • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว• ทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง• ลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความกระชับ• ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น• ลดรอยสิว รอยแดง และรอยดำ• ไม่ทำให้เกิดแผลหรือสะเก็ดบนผิว• ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตต่อได้ทันที อีกหนึ่งข้อดีคือ โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา เนื่องจากความรู้สึกขณะทำอยู่ในระดับที่สบาย ต้องทำบ่อยแค่ไหน RedTouch สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ เดือนละ 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง โดยหลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าผิวดูสดใสขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นในช่วง 3–4 ครั้ง เหมาะกับใคร RedTouch เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบไม่ต้องพักหน้า โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้ • ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยหรือผิวไม่กระชับ• ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ• ผู้ที่มีหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น• ผู้ที่มีรอยสิว รอยดำ รอยแดง• ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ หรือผิวหมองคล้ำ• ผู้ที่ต้องการดูแลผิว แต่ไม่มีเวลาพักฟื้น ใครบ้างที่ควรระวัง แม้ RedTouch จะเป็นเลเซอร์ที่ค่อนข้างอ่อนโยน แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ ได้แก่ ผู้ที่มีอาการ ไมเกรนที่ไวต่อแสง ผู้ที่มีประวัติ ลมชักจากแสง ในกรณีเหล่านี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การเตรียมตัวก่อนทำ RedTouch Pro Laser ปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวก่อนทำ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ดูแลผิวให้แข็งแรงก่อนการรักษา การดูแลหลังทำ RedTouch Laser แม้หลังทำจะไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ (SPF 30 ขึ้นไป) งดใช้สกินแคร์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง เช่น กรดผลัดผิว วิตามินเอ (Retinol) ในช่วง 2–3 วันแรก เน้นการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงในช่วงแรก ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีขึ้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที The enchant ใช้ Red Touch Pro Laser รักษาร่วมกับหัตถการอะไรบ้าง RedTouch Pro Laser ทำร่วมกับ Onda Pro การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ Onda Pro เป็นการรักษาแบบผสมผสานที่ช่วยดูแลผิวได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพผิวและความกระชับของใบหน้า โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะทำงานในระดับชั้นผิวที่แตกต่างกันทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูตึงกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะที่ Onda Pro เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นไมโครเวฟชนิด Coolwaves ช่วยลดไขมันใต้ผิว เช่น บริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า พร้อมช่วยให้ผิวเกิดการกระชับมากขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ใบหน้าดู เรียวขึ้น ผิวดูแน่นขึ้น และโครงหน้าชัดขึ้น โดยเป็นการดูแลผิวที่ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูผิวและการปรับรูปหน้าในขั้นตอนเดียว RedTouch Pro Laser ทำร่วมกับ CoolPeel CO₂ Laser การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ CoolPeel CO₂ Laser เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใส และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะช่วยดูแลผิวในคนละระดับชั้นของผิว RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น และช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ในขณะที่ CoolPeel CO₂ Laser จะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบน ลดปัญหารูขุมขนกว้าง และช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ผิวดู กระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น และมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นโดยรวม อีกทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวให้เห็นผลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สรุป RedTouch 675 nm เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ฟื้นฟูผิวที่ทำงานกับ คอลลาเจนใต้ผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ด้วยคุณสมบัติที่ เจ็บน้อย ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น RedTouch จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูสดใสและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

Ulthera Prime

Ulthera Prime


โปรแกรม Ulthera Prime Ultherapy Prime คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ชนิด Microfocused Ultrasound (MFU) ที่ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Ultherapy รุ่นก่อนหน้า โดยบริษัทผู้ผลิต Merz Aesthetics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและความแม่นยำในการยกกระชับผิว เทคโนโลยีนี้ทำงานภายใต้แนวคิด See, Plan, Treat คือสามารถมองเห็นโครงสร้างผิวแบบ Real-time ระหว่างทำการรักษา ทำให้แพทย์สามารถวางแผนและส่งพลังงานไปยังชั้นผิวที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ Ultherapy Prime ยังมีการพัฒนาระบบให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การรักษาใช้เวลาน้อยลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า อีกทั้งยังมีการปรับปรุงระบบภาพและหน้าจอให้มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 35% ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวได้ชัดเจนมากขึ้นขณะทำหัตถการ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง Ultherapy Prime จึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับของผิวและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด หลักการทำงานของ Ultherapy Prime Ultherapy Prime ใ ช้พลังงาน Microfocused Ultrasound ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับลึก โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อพลังงานถูกส่งลงสู่ชั้นผิว จะเกิดจุดพลังงานความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points) ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้าง คอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับขึ้นตามธรรมชาติ หลังทำ ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและกระชับขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2–3 เดือน และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล จุดเด่นของ Ultherapy Prime ใช้เทคโนโลยี Ultrasound ที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time ทำให้แพทย์สามารถยิงพลังงานได้แม่นยำและปลอดภัย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึก ทำให้ผิวยกกระชับและแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือดึงจนผิดรูปหน้า ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ เห็นผลบางส่วนทันที และจะชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือน ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนถึงประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว Ultherapy Prime เหมาะกับใคร ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ Ultherapy Prime ไม่เหมาะกับใคร แม้ Ultherapy Prime จะเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย แต่ในบางกรณีอาจไม่เหมาะกับการรักษา เช่น ผู้ที่มีแผลเปิดบริเวณผิวหนัง ผู้ที่มีการอักเสบของผิวหนังในบริเวณที่จะทำการรักษา ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด ดังนั้นก่อนทำการรักษาควร ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมของการรักษา การเตรียมตัวก่อนทำ Ultherapy Prime ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษา แพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทำความสะอาดผิวและเตรียมผิวก่อนทำ ก่อนเริ่มทำหัตถการ ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวและอาจทายาชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำการรักษา ทำการรักษาด้วย Ultherapy Prime แพทย์จะใช้หัว Applicator ของเครื่องส่งพลังงาน Microfocused Ultrasound ลงสู่ชั้นผิว โดยเฉพาะชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ในระหว่างทำการรักษาเครื่องจะสามารถแสดงภาพโครงสร้างผิวแบบ Real-time ทำให้แพทย์สามารถส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำ ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยขณะทำ ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การดูแลตัวเองหลังทำ Ultherapy Prime หลังทำ Ultherapy Prime สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักจะหายได้เอง คำแนะนำหลังทำ เช่น หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า หรือออนเซน ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวประมาณ 1 สัปดาห์ หากมีอาการบวม สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์ ผลลัพธ์หลังทำ Ultherapy Prime หลังทำ Ultherapy Prime สามารถเห็นผลการยกกระชับได้บางส่วนทันทีประมาณ 20% และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2–3 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ ข้อดีของ Ultherapy Prime ยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว แทบไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลบางส่วนทันทีหลังทำ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ไม่มีการฉีดสารเข้าสู่ร่างกาย ข้อจำกัดของ Ultherapy Prime อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก อาจมีอาการบวม แดง หรือรู้สึกตึงผิวหลังทำ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์และการประเมินการรักษาที่เหมาะสม ช่วงอายุที่เหมาะสมในการทำ Ultherapy Prime อายุ 25 – 35 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยของผิว และกระตุ้นคอลลาเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ อายุ 35 – 50 ปี เป็นช่วงอายุที่นิยมทำมากที่สุด เนื่องจากเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยที่เห็นได้ชัด อายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถช่วยยกกระชับผิวและฟื้นฟูคุณภาพผิวได้ แต่ในบางกรณีอาจต้องใช้การรักษาร่วมกับหัตถการอื่น Ultherapy Prime แตกต่างจาก Ultherapy SPT อย่างไร Ultherapy Prime เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีจาก Ultherapy SPT โดยมีการปรับปรุงระบบการทำงานหลายด้าน เช่น ระบบภาพ Real-time ที่คมชัดและรวดเร็วขึ้น ความเร็วในการรักษาที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20% หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 35% การพัฒนาเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนและควบคุมการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น Ultherapy Prime ต้องทำกี่ไลน์ จำนวนไลน์ของ Ultherapy Prime ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการยกกระชับ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินก่อนทำการรักษา โดยทั่วไปจำนวนไลน์ที่ใช้มีดังนี้ 300 – 400 ไลน์ สำหรับยกกระชับบางบริเวณ เช่น ใต้คาง หรือกรอบหน้า 500 – 700 ไลน์ สำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้า 700 – 900 ไลน์ขึ้นไป สำหรับการยกกระชับใบหน้าและลำคอ การเลือกจำนวนไลน์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การรักษาเห็นผลชัดเจนและปลอดภัยมากขึ้น คำถามที่พบบ่อย (FAQ) Ultherapy Prime เห็นผลเมื่อไร สามารถเห็นผลการยกกระชับได้บางส่วนทันทีหลังทำ และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือน Ultherapy Prime ต้องทำบ่อยไหม โดยทั่วไปสามารถทำปีละประมาณ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล หลังทำ Ultherapy Prime แต่งหน้าได้ไหม สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ Ultherapy Prime ปลอดภัยไหม เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการใช้ในทางการแพทย์มายาวนาน และควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัย

Volnewmer

Volnewmer


Volnewmer คืออะไร Volnewmer คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency (RF) ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เมื่อพลังงาน RF ถูกส่งลงสู่ผิว จะทำให้คอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม Volnewmer จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวและปรับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน Volnewmer ช่วยอะไรบ้าง Volnewmer สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายด้าน เช่น ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตกหรือเหนียงใต้คาง ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ผิวขาดความยืดหยุ่น หลังทำผิวจะดู แน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และมีความกระชับมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า กรอบหน้า ลำคอ เหนียงใต้คาง Volnewmer เหมาะกับใคร Volnewmer เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวและฟื้นฟูคุณภาพผิวในครั้งเดียว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหา เช่น ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตก หรือมีเหนียงใต้คาง ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ต้องการให้ผิวแน่น ฟู และดูอ่อนเยาว์ขึ้น เครื่อง Volnewmer สามารถช่วยยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและปรับคุณภาพผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด Volnewmer เห็นผลเมื่อไร หลังทำ Volnewmer จะเห็นผลได้ 2 ระยะ หลังทำทันที ผิวจะรู้สึกตึงและกระชับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น ประมาณ 1–3 เดือน หลังทำ เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล Volnewmer เจ็บไหม โดยทั่วไป Volnewmer เป็นเครื่องยกกระชับที่เจ็บค่อนข้างน้อย เนื่องจากตัวเครื่องมีระบบช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะทำ เช่น ระบบ Hydro Cooling ช่วยหล่อเย็นผิวระหว่างยิงพลังงาน ระบบ Vibration ช่วยลดความรู้สึกจี๊ดจากพลังงาน RF สรุป Volnewmer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงาน RF ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูคุณภาพผิว และช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์ พร้อมยกกระชับผิวและปรับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน