Red Touch Pro (Redwave)

RedTouch Laser ทางเลือกใหม่ของการฟื้นฟูผิว ที่ไม่ต้องพักหน้า

 

 ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลเซอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลผิว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น

RedTouch Pro เป็นหนึ่งในเลเซอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวด้านนอก

 

 

RedTouch Laser ทำงานอย่างไร

 

RedTouch ใช้พลังงานแสงสีแดงความยาวคลื่น 675 นาโนเมตร ส่งลงไปยังผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเดิมให้หดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น แน่นขึ้น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ลดความหมองคล้ำ รวมถึงทำให้รอยแดงและรอยดำดูจางลง

 

 

จุดเด่นของเทคโนโลยี RedTouch Pro Laser

RedTouch มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปในหลายด้าน ได้แก่

 

Direct Collagen Targeting
เลเซอร์ความยาวคลื่น 675 nm ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองกับคอลลาเจนโดยตรง ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน

 

Non-Ablative Technology
ไม่ทำลายผิวชั้นบน ลดความเสี่ยงของการระคายเคืองหรือการเกิดแผล

 

Contact Cooling System
มีระบบทำความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างการรักษา

 

Micro-Spot Technology
ปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดโดยไม่กระทบผิวโดยรอบ

 

 

ประโยชน์ของ RedTouch Laser

 

RedTouch ถือเป็นเลเซอร์ที่ดูแลผิวได้ค่อนข้างครอบคลุม ทั้งในเรื่องผิวเรียบและผิวใส โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ ดังนี้


• ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว
• ทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง
• ลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความกระชับ
• ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น
• ลดรอยสิว รอยแดง และรอยดำ
• ไม่ทำให้เกิดแผลหรือสะเก็ดบนผิว
• ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตต่อได้ทันที

อีกหนึ่งข้อดีคือ โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา เนื่องจากความรู้สึกขณะทำอยู่ในระดับที่สบาย

 

 

ต้องทำบ่อยแค่ไหน

 

RedTouch สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ เดือนละ 1 ครั้ง

ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง โดยหลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าผิวดูสดใสขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นในช่วง 3–4 ครั้ง

 

 

เหมาะกับใคร

 

RedTouch เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบไม่ต้องพักหน้า โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้


• ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยหรือผิวไม่กระชับ
• ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ
• ผู้ที่มีหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น
• ผู้ที่มีรอยสิว รอยดำ รอยแดง
• ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ หรือผิวหมองคล้ำ
• ผู้ที่ต้องการดูแลผิว แต่ไม่มีเวลาพักฟื้น

 

 

 

ใครบ้างที่ควรระวัง

 

แม้ RedTouch จะเป็นเลเซอร์ที่ค่อนข้างอ่อนโยน แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ ได้แก่

 

  • ผู้ที่มีอาการ ไมเกรนที่ไวต่อแสง
  • ผู้ที่มีประวัติ ลมชักจากแสง
ในกรณีเหล่านี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

การเตรียมตัวก่อนทำ RedTouch Pro Laser

 

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
  • ดูแลผิวให้แข็งแรงก่อนการรักษา

 

 

การดูแลหลังทำ RedTouch Laser

 

แม้หลังทำจะไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น

 

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ (SPF 30 ขึ้นไป)
  • งดใช้สกินแคร์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง เช่น กรดผลัดผิว วิตามินเอ (Retinol) ในช่วง 2–3 วันแรก
  • เน้นการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงในช่วงแรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีขึ้น
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

 

 

The enchant ใช้ Red Touch Pro Laser รักษาร่วมกับหัตถการอะไรบ้าง 

 

RedTouch Pro Laser ทำร่วมกับ Onda Pro

 
    การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ Onda Pro  เป็นการรักษาแบบผสมผสานที่ช่วยดูแลผิวได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพผิวและความกระชับของใบหน้า
โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะทำงานในระดับชั้นผิวที่แตกต่างกันทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น
 
   RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูตึงกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
 
    ในขณะที่ Onda Pro เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นไมโครเวฟชนิด Coolwaves ช่วยลดไขมันใต้ผิว เช่น บริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า พร้อมช่วยให้ผิวเกิดการกระชับมากขึ้น
เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ใบหน้าดู เรียวขึ้น ผิวดูแน่นขึ้น และโครงหน้าชัดขึ้น โดยเป็นการดูแลผิวที่ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูผิวและการปรับรูปหน้าในขั้นตอนเดียว
 

 

 

RedTouch Pro Laser  ทำร่วมกับ  CoolPeel CO₂ Laser

 

  การทำ RedTouch Pro Laser ร่วมกับ CoolPeel CO₂ Laser เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใส และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น
โดยเทคโนโลยีทั้งสองชนิดจะช่วยดูแลผิวในคนละระดับชั้นของผิว
 
  RedTouch Pro Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น และช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ
 
  ในขณะที่ CoolPeel CO₂ Laser จะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบน ลดปัญหารูขุมขนกว้าง และช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น
เมื่อทำร่วมกันจึงช่วยให้ผิวดู กระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น และมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นโดยรวม อีกทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวให้เห็นผลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
 
 

สรุป

 
RedTouch 675 nm เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ฟื้นฟูผิวที่ทำงานกับ คอลลาเจนใต้ผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ เรียบเนียน
และดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ด้วยคุณสมบัติที่ เจ็บน้อย ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น
RedTouch จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูสดใสและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

OUR PROGRAM

Ultraformer III

Ultraformer III


Ultraformer III คืออะไร Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูตึงกระชับมากขึ้น โดยเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น หลักการทำงานของ Ultraformer III คือการส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด ทำให้เกิดจุดพลังงานความร้อนขนาดเล็กใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูยกกระชับและเรียบเนียนขึ้น Ultraformer III สามารถส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิวที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า พลังงานจะถูกส่งลงสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน Ultraformer III มีหลักการทำงานอย่างไร Ultraformer III สามารถยิงพลังงานได้หลายระดับความลึก ตั้งแต่ผิวชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งผิวหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว การทำงานแบบเป็นจุด (Micro-focused) ช่วยให้พลังงานถูกส่งไปยังตำแหน่งที่ต้องการอย่างแม่นยำ ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบการรักษาได้เฉพาะบุคคล เช่น เน้นยกกรอบหน้า ลดเหนียง หรือกระชับผิวบริเวณแก้ม และลำคอ Ultraformer III ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง Ultraformer III สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยในหลายบริเวณ โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับมากขึ้น ตัวอย่างปัญหาที่สามารถดูแลได้ เช่น ผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อน เหนียงใต้คาง ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ผิวบริเวณลำคอหย่อนคล้อย นอกจากนี้ Ultraformer III ยังสามารถใช้ดูแลผิวในบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หรือหัวเข่า เพื่อช่วยให้ผิวดูตึงกระชับมากขึ้น Ultraformer III มีทั้งหมดกี่หัว ? หัวยิง 1.5 มิลลิเมตร ใช้สำหรับผิวชั้นตื้น ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน เหมาะสำหรับบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยเล็กน้อย หัวยิง 2.0 มิลลิเมตร ทำงานในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวและลดเลือนริ้วรอย หัวยิง 3.0 มิลลิเมตร ใช้กับผิวชั้นลึก ช่วยกระชับผิวและช่วยลดไขมันส่วนเกินบางบริเวณ เหมาะสำหรับการยกกระชับแก้ม กรอบหน้า และแนวกราม หัวยิง 4.5 มิลลิเมตร ทำงานในชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานในระดับนี้ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้ชัดเจน เช่น บริเวณเหนียง ลำคอ และช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ทำ Ultraformer III ใช้กี่ช็อต หรือกี่ไลน์จึงเห็นผล? จำนวนช็อต (Shots) หรือไลน์ (Lines) ที่ใช้ในการทำ Ultraformer III เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการยกกระชับ โดยไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขตายตัวได้ เพราะขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป การยกกระชับทั่วใบหน้า จะใช้ประมาณ 300–600 ไลน์ ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและบริเวณที่ต้องการเน้น เช่น กรอบหน้า แก้ม หรือเหนียง ในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยมาก หรือเน้นผลลัพธ์ชัดเจน เช่น ยกกรอบหน้า ลดเหนียง อาจใช้จำนวนไลน์ที่มากขึ้น เพื่อให้พลังงานครอบคลุมชั้นผิวได้เพียงพอ Ultraformer III เจ็บไหม Ultraformer III ทำงานโดยการปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ลงสู่ผิว หากจำนวนช็อตน้อยเกินไป พลังงานอาจไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ ทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน ในทางกลับกัน การใช้จำนวนช็อตที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มประสิทธิภาพ และทำให้ผิวเกิดการยกกระชับอย่างสม่ำเสมอ ขณะทำ Ultraformer III บางคนอาจรู้สึกอุ่นหรือรู้สึกตึงใต้ผิวเล็กน้อย เนื่องจากพลังงานกำลังถูกส่งลงไปยังชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ ความรู้สึกดังกล่าวมักเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างการยิงพลังงาน และโดยทั่วไปสามารถทนได้ระดับความรู้สึกระหว่างทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความไวของผิวในแต่ละคน ทำ Ultraformer III กี่ครั้งจึงเห็นผล หลังการทำ Ultraformer III บางรายอาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมักจะค่อย ๆ เห็นได้ภายในประมาณ 1–3 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปการรักษามักทำประมาณ ปีละ 1 ครั้ง หรือขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล Ultraformer III อันตรายไหม Ultraformer III ถือเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากพลังงานถูกส่งลงไปยังชั้นผิวอย่างแม่นยำ จึงไม่ทำให้เกิดบาดแผลบนผิวหนัง หลังการรักษาบางรายอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนการรักษาจะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Ultraformer III ข้อดี–ข้อจำกัด ที่ควรรู้ก่อนทำ ข้อดีของ Ultraformer III Ultraformer III เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการทำ พลังงานจะถูกส่งลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือบางส่วนของร่างกายที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ข้อจำกัดของ Ultraformer III Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หากมีความหย่อนคล้อยของผิวมาก หรือมีไขมันสะสมจำนวนมากในบางบริเวณ อาจจำเป็นต้องพิจารณาวิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย นอกจากนี้ ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

Ultra Linear

Ultra Linear


Ultra Linear by Ultracel Q+ คืออะไร Linear HIFU by Ultracel Q+ เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Ultrasound: HIFU) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังโดยไม่ต้องผ่าตัด หัตถการนี้ช่วยให้ผิวดูตึงกระชับ ลดเลือนริ้วรอย และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น พลังงานคลื่นอัลตราซาวด์จะถูกส่งลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด ทำให้เกิดพลังงานความร้อนใต้ผิวหนัง ซึ่งช่วยกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับขึ้น การทำงานของ Ultra Linear by Ultracel Q+ Linear HIFU by Ultracel Q+ ใช้หัวพลังงานที่ออกแบบให้ทำงานในระดับความลึกต่างกัน เพื่อแก้ปัญหาผิวในหลายชั้นของผิวหนัง โดยมีหัวพลังงานหลัก ได้แก่ หัว 2.0 mm ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นตื้น ทำให้ผิวดูแน่น กระชับ และช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ หัว 4.5 mm ช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้า เช่น เหนียงหรือแก้มยุ้ย และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น หัว 6.0 mm ทำงานในชั้นผิวที่ลึกขึ้น ช่วยกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย ลดเหนียง และช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น Ultra Linear by Ultracel Q+ เหมาะกับใครบ้าง Linear HIFU Ultracel Q+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า ซึ่งต้องการฟื้นฟูความกระชับของผิวให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น โดยทั่วไป Ultra Linear by Ultracel Q+ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้ ผู้ที่มี แก้มหย่อนคล้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัด ผู้ที่มี เหนียงหรือคางสองชั้น ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น ผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ที่มี ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวเริ่มหย่อนคล้อย บริเวณที่สามารถทำ Ultra Linear By Ultracel Q+ ได้ ยกคิ้ว (Eyebrow Lift) ช่วยยกกระชับบริเวณคิ้ว ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและใบหน้าดูสดใสมากขึ้น ริ้วรอยรอบดวงตา (Periorbital Wrinkle) ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา เช่น รอยตีนกา ทำให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนขึ้น ลดริ้วรอยและร่องแก้ม (Wrinkle & Cheek) ช่วยกระชับผิวบริเวณแก้มและลดเลือนริ้วรอยหรือร่องแก้ม ทำให้ผิวดูเต่งตึงมากขึ้น ปรับรูปหน้าเรียว (V-Line Forming) ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น โดยการกระชับผิวและลดไขมันส่วนเกินบางบริเวณ ลดเหนียงและคางสองชั้น (Double Chin) ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณใต้คาง ทำให้ช่วงคางและลำคอดูกระชับมากขึ้น เก็บกรอบหน้า (Jawline) ช่วยให้แนวกรอบหน้าคมชัดขึ้น ทำให้รูปหน้าดูได้สัดส่วนและชัดเจนมากขึ้น Ultra Linear By Ultracel Q+ อยู่ได้นานแค่ไหน ผลลัพธ์ของการทำ Linear HIFU Ultracel Q+ มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำ และจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 4–6 สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว อายุ การดูแลผิวหลังทำ และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล แพทย์อาจแนะนำให้ทำซ้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยคงผลลัพธ์ของผิวที่ยกกระชับไว้ได้อย่างต่อเนื่อง Ultra Linear By Ultracel Q+ เจ็บไหม การทำ Linear HIFU Ultracel Q+ โดยทั่วไปจะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ หรือรู้สึกตึงเล็กน้อยใต้ผิวขณะยิงพลังงาน เนื่องจากคลื่นอัลตราซาวด์กำลังถูกส่งลงไปยังชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยยกกระชับผิว ระดับความรู้สึกระหว่างทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ สภาพผิว และความไวของผิวในแต่ละคน อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีของ Ultracel Q+ ถูกออกแบบให้ปล่อยพลังงานได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ จึงช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างการรักษาได้ และในหลายกรณีสามารถทำได้โดย ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา หลังการทำบางรายอาจมีอาการแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงผิว ซึ่งมักจะหายได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทำ Ultra Linear By Ultracel Q+ กี่ช็อตหรือกี่ไลน์จึงเห็นผล จำนวนช็อตหรือจำนวนไลน์ที่ใช้ในการทำ Linear HIFU Ultracel Q+ จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อยของผิว รวมถึงบริเวณที่ต้องการรักษา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดจำนวนไลน์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล โดยทั่วไปการทำ Linear HIFU บริเวณใบหน้า มักใช้ประมาณ 300–600 ไลน์ ต่อครั้ง เพื่อให้พลังงานครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการยกกระชับและปรับรูปหน้าได้อย่างเหมาะสม หลังการรักษา ผู้รับบริการบางรายอาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันที และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 4–6 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนการรักษา เพื่อวางแผนจำนวนไลน์และบริเวณที่ทำให้สอดคล้องกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ข้อควรรู้ก่อนทำ Ultra Linear By Ultracel Q+ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำ ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นก่อนการรักษา ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทั้งหมด ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำ

Volnewmer

Volnewmer


Volnewmer คืออะไร Volnewmer คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency (RF) ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เมื่อพลังงาน RF ถูกส่งลงสู่ผิว จะทำให้คอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม Volnewmer จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวและปรับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน Volnewmer ช่วยอะไรบ้าง Volnewmer สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายด้าน เช่น ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตกหรือเหนียงใต้คาง ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ผิวขาดความยืดหยุ่น หลังทำผิวจะดู แน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และมีความกระชับมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า กรอบหน้า ลำคอ เหนียงใต้คาง Volnewmer เหมาะกับใคร Volnewmer เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวและฟื้นฟูคุณภาพผิวในครั้งเดียว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหา เช่น ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตก หรือมีเหนียงใต้คาง ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ต้องการให้ผิวแน่น ฟู และดูอ่อนเยาว์ขึ้น เครื่อง Volnewmer สามารถช่วยยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและปรับคุณภาพผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด Volnewmer เห็นผลเมื่อไร หลังทำ Volnewmer จะเห็นผลได้ 2 ระยะ หลังทำทันที ผิวจะรู้สึกตึงและกระชับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น ประมาณ 1–3 เดือน หลังทำ เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล Volnewmer เจ็บไหม โดยทั่วไป Volnewmer เป็นเครื่องยกกระชับที่เจ็บค่อนข้างน้อย เนื่องจากตัวเครื่องมีระบบช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะทำ เช่น ระบบ Hydro Cooling ช่วยหล่อเย็นผิวระหว่างยิงพลังงาน ระบบ Vibration ช่วยลดความรู้สึกจี๊ดจากพลังงาน RF สรุป Volnewmer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงาน RF ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูคุณภาพผิว และช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์ พร้อมยกกระชับผิวและปรับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน