Sculptra
Sculptra คืออะไร? ตัวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างผิวของเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการลดลงของ คอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น แน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์ เมื่อคอลลาเจนลดลง ผิวจึงเริ่มมีสัญญาณของความร่วงโรย เช่น ผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าดูตอบ ริ้วรอยและร่องลึก Sculptra จึงเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมในการฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยจัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ Sculptra ทำงานอย่างไร Sculptra มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่มีความปลอดภัยและสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อฉีดสารนี้เข้าสู่ผิว อนุภาคของ PLLA จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปตามวัย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ ✔️ ผิวดูแน่นขึ้น✔️ โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น✔️ ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สาร PLLA จะค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ และถูกขับออกจากร่างกายในรูปของ น้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ และกรดแลคติก จึงไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย กระบวนการทำงานของ Sculptra หลังลงสู่ผิว หลังจากฉีด Sculptra Collagen Biostimulator ลงสู่ผิว ผู้เข้ารับการรักษาอาจสังเกตเห็นว่าผิวดู เติมเต็มและกระชับขึ้นทันทีหลังฉีด สาเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากในขั้นตอนการเตรียม Sculptra จะต้องนำตัวยามาผสมกับ Sterile Water (น้ำปราศจากเชื้อ) ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูอิ่มฟูขึ้นในช่วงแรกจากปริมาณน้ำที่ถูกฉีดเข้าไป หลังจากนั้นประมาณ 2–3 วัน ผิวที่ดูฟูขึ้นจะค่อย ๆ ยุบลง เนื่องจากร่างกายได้ดูดซึมน้ำที่ฉีดเข้าไปจนหมด ในระหว่างนั้น อนุภาคของ Sculptra (Poly-L-Lactic Acid) จะค่อย ๆ กระจายตัวอยู่ใต้ผิวหนัง Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร แม้ Sculptra จะเป็นหัตถการแบบฉีดเช่นเดียวกับฟิลเลอร์ แต่มีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน ฟิลเลอร์ (Filler) เติมเต็มวอลลุ่มของผิวทันที ใช้สาร Hyaluronic Acid (HA) หมาะสำหรับเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้า Sculptra ไม่ได้เติมเต็มทันที กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิว ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมและเพิ่มความแน่นของผิวในระยะยาว Sculptra สามารถทำได้ตอนอายุเท่าไร โดยทั่วไปผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิว เช่น ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ผิวดูไม่แน่น มีริ้วรอยบางบริเวณ มักพบได้ตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การรักษาควรขึ้นอยู่กับ สภาพผิวของแต่ละบุคคลและการประเมินโดยแพทย์ Sculptra ไม่สามารถทำบริเวณใดได้บ้าง Sculptra สามารถใช้ฟื้นฟูผิวได้หลายบริเวณของใบหน้า แต่บางบริเวณอาจไม่เหมาะกับการฉีด เช่น ใต้ตา ริมฝีปาก บริเวณที่มีผิวบางมาก ตำแหน่งที่เหมาะสมควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ ความเปลี่ยนแปลงของผิวและโครงสร้างใบหน้าเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างของใบหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การสูญเสียปริมาตรของกระดูกบนใบหน้า (Volume Loss) ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกบางส่วนค่อย ๆ ย่อยสลายตามวัย ทำให้โครงหน้าดูตอบลง นอกจากนี้ คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง ก็ลดลงตามอายุเช่นกัน โดยทั่วไป ร่างกายเริ่มสูญเสียคอลลาเจนตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี และจะลดลงประมาณ 1–2% ต่อปี เมื่อคอลลาเจนลดลง ผิวจึงเริ่ม สูญเสียความยืดหยุ่น เกิดความหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยและร่องลึก ปริมาณ Sculptra ที่ใช้ในการรักษา จากการศึกษาและการใช้งานทางการแพทย์ แพทย์มักใช้หลักการประเมินปริมาณ Sculptra ตามช่วงอายุของผู้เข้ารับการรักษา โดยทั่วไปอาจใช้แนวทางประมาณ อายุ 10 ปี ต่อ Sculptra 1 ขวด อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับ ระดับความหย่อนคล้อยของผิว ปริมาตรของใบหน้า โครงสร้างผิวของแต่ละคน ดังนั้นควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนการรักษา เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ผลลัพธ์ของ Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน ข้อดีของ Sculptra คือผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นาน โดยทั่วไปอาจอยู่ได้นานประมาณ 18 – 24 เดือน **ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล / อายุ / การดูแลผิวหลังการรักษา**
